บทที่ 10 บทที่ 10 แมลงสาบ

เช้าวันต่อมา อากาศสดใส แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบยอดไม้ในสวนกว้างของคฤหาสน์อัครเมธีวงศ์ แต่มันไม่ได้ช่วยให้จิตใจของ 'ขิง' สดใสตามไปด้วยเลยแม้แต่น้อย

มือสังหารสาวในคราบเมดหน้าละอ่อนกำลังยืนถือไม้ปัดขนไก่อยู่ในห้องพักผ่อนส่วนตัวของศิลา ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนอนของเขา วันนี้เธอถูกมอบหมายให้เข้ามาทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถู แน่นอนว่าเธอยังคงต้องสวมชุดเมดกระโปรงสุ่มแสนสั้นที่ขยับตัวทีก็ลมโกรกไปถึงไหนต่อไหน

ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ศิลากำลังนั่งจิบกาแฟดำและอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจภาษาอังกฤษอยู่บนโซฟาเดี่ยวตัวหรู ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายและสงบนิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าสัญชาตญาณของไวเปอร์บอกเธอว่า ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น มาเฟียหนุ่มกำลังจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเธออยู่เงียบๆ

ขิงแกล้งทำเป็นฮัมเพลงเหนือเบาๆ ขณะใช้ไม้ปัดขนไก่ปัดฝุ่นไปตามชั้นวางของโชว์ที่เต็มไปด้วยแจกันโบราณและของตกแต่งราคาแพง เธอปัดไล่มาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นวางระดับสายตา...

กึก

มือเล็กที่กำลังขยับไม้ปัดขนไก่ชะงัก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับสิ่งที่ดูเหมือนจะมีชีวิต สีน้ำตาลเข้มมันวาว ลำตัวแบนรี มีหนวดสองเส้นยาวเฟื้อย เกาะนิ่งสนิทอยู่หลังกรอบรูปคริสตัล

'แมลงสาบ'

ภาพในหัวของไวเปอร์ตัดเข้าสู่โหมดวิเคราะห์เป้าหมายโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินภัยคุกคามในระยะประชิด...

ไม่มีการขยับของหนวด... ขาทั้งหกเกาะในองศาที่ผิดธรรมชาติ... ความมันวาวบนหลังสะท้อนแสงไฟในลักษณะของพอลิเมอร์สังเคราะห์... และที่สำคัญที่สุด มีรอยตะเข็บของการหล่อพลาสติกโผล่ออกมาตรงช่วงท้องเล็กน้อย

แมลงสาบยาง 100% ภัยคุกคามระดับ 0

'ไอ้มาเฟียโรคจิต! นี่แกว่างมากถึงขนาดเอาแมลงสาบยางมาวางดักเทสต์สัญชาตญาณฉันเลยงั้นสิ! คิดว่านักฆ่าระดับฉันจะดูของเล่นกิ๊กก๊อกพรรค์นี้ไม่ออกหรือไง!'

แม้ในใจจะอยากหยิบแมลงสาบปลอมตัวนั้นขึ้นมาแล้วปาใส่หน้าเจ้านายที่นั่งจิบกาแฟทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างหลัง แต่ในความเป็นจริง เธอคือ 'ขิง' เด็กสาวผู้บอบบางและขวัญอ่อน การเจอแมลงสาบตัวเท่าหัวแม่โป้งเท้าในระยะประชิดขนาดนี้ ปฏิกิริยาของคนปกติคือต้องสติแตก!

ได้... อยากดูละครนักใช่ไหม เดี๋ยวแม่จะจัดให้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมต้องสั่นสะเทือน!

"กรี๊ด!!"

เสียงกรีดร้องแปดหลอดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องพักผ่อน ขิงปล่อยไม้ปัดขนไก่ร่วงลงพื้น แกล้งทำตาเหลือกเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างเล็กๆ ถอยกรูดสะเปะสะปะราวกับคนเสียสติ

"แมงสาบ! แมงสาบบบบบ! ช่วยเปิ้นโตยเจ้าาาา!!"

และเพื่อความสมจริงขั้นสุด บวกกับความหมั่นไส้ส่วนตัวที่อยากจะเอาคืน ขิงไม่ได้แค่กระโดดหนีธรรมดา เธอหันขวับและวิ่งสปรินต์ร้อยเมตรตรงดิ่งไปหาศิลาที่นั่งอยู่บนโซฟา ก่อนจะกระโดดลอยตัวขึ้นไปเกาะหนึบอยู่บนตัวเขาตั้งใจจะชนให้กาแฟหกใส่เสื้อสูทราคาแพง!

พลั่ก!

ศิลาที่กะไว้แล้วว่าเธอต้องร้องกรี๊ดและกระโดดหนี ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาดำๆ พุ่งหลาวเข้ามาหา เขาต้องรีบวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ร่างนุ่มนิ่มของสาวใช้จะพุ่งเข้ามากระแทกอกเขาเต็มเปา

ขิงตวัดท่อนแขนเรียวเล็กกอดหมับเข้าที่คอของศิลาแน่นราวกับคีมเหล็ก ส่วนท่อนขาเรียวขาวที่โผล่พ้นกระโปรงเมดแสนสั้นก็ตวัดรัดเอวสอบของเขาเอาไว้แน่นหนา ซุกหน้าลงกับซอกคอของมาเฟียหนุ่ม แกล้งสั่นเป็นเจ้าเข้า

"ฮืออ! นายท่าน! แมงสาบตัวบะเริ่มเลยเจ้า! เปิ้นกลัว! มันจะบินมากัดเปิ้นไหมเจ้า! ฮืออ!" ขิงร้องห่มร้องไห้เสียงอู้อี้อยู่กับไหล่กว้าง แอบยิ้มสะใจที่ซอกคอเขาเต็มแรงจนศิลาเผลอร้องอั้กออกมาเบาๆ

ฝ่ายศิลาที่ตั้งใจจะแกล้งดูปฏิกิริยาของอสรพิษน้อย กลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกจู่โจมจนเสียอาการเสียเอง ร่างกายของเขาสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสนุ่มหยุ่นที่โถมเข้ามากอดรัด กลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ ประจำตัวเธอปะทะเข้าจมูกเต็มๆ บวกกับความรู้สึกถึงเรียวขาขาวเนียนที่กำลังหนีบเอวเขาเอาไว้แน่นใต้กระโปรงสุ่มที่ร่นขึ้นมา

หัวใจของมาเฟียที่เคยเต้นเป็นจังหวะคงที่ จู่ๆ ก็กระตุกและเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ

"ข... ขิง... ใจเย็นๆ" ศิลากระแอมไอ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ มือหนายกขึ้นมาลูบแผ่นหลังเล็กที่กำลังแกล้งสั่นระริกเบาๆ อย่างลืมตัว "มันไม่ได้บินมาหรอกน่า... แล้วเธอก็ปล่อยฉันก่อน จะรัดคอฉันให้ตายหรือไง"

"บ่เอาเจ้า! เปิ้นบ่ลง! นายท่านไปไล่มันไปก่อนก่าเจ้า!" ขิงแกล้งงอแง รัดแขนแน่นขึ้นอีกนิด จงใจกวนประสาทเขาให้ถึงที่สุด

ศิลาลอบถอนหายใจ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง เขาไม่ได้ผลักเธอออก แต่กลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยที่ยังมีขิงเกาะหนึบเป็นลูกโคอาล่าอยู่บนตัว แขนแกร่งช้อนใต้ข้อพับเข่าของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่วง ก่อนจะเดินอุ้มสาวใช้จอมมารยาตรงไปยังชั้นวางของโชว์

"ดูดีๆ สิขิง..." ศิลาหยุดยืนหน้าชั้น เอื้อมมือซ้ายไปหยิบแมลงสาบตัวนั้นขึ้นมาจับที่หนวดของมันแกว่งไปมา "มันเป็นแค่ของเล่นยางต่างหาก ดูสิ ไม่เห็นน่ากลัวเลย"

ขิงแกล้งทำเป็นค่อยๆ หันหน้ากลับมามองตาหยีๆ เมื่อเห็นแมลงสาบยางในมือเขา เธอก็ทำหน้าเหวอสุดขีด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับยกภูเขาออกจากอก

"ข... ของเล่นก่อเจ้า?" ขิงกะพริบตาปริบๆ "ต๋ายแล้ว... ผู้ใดช่างเอามาวางแกล้งเปิ้นเนี่ย บาปกรรมแต๊ๆ"

'ก็แกนั่นแหละไอ้ตัวชั่ว! ยังมีหน้ามาแกว่งเล่นอีก!' ไวเปอร์สบถด่าเจ้านายในใจ

"นั่นสิ สงสัยพวกบอดี้การ์ดข้างล่างมันคงเอามาวางแกล้งเธอแน่ๆ เดี๋ยวฉันจะเรียกมาทำโทษให้หมดเลย" ศิลาตีหน้าตาย โยนความผิดให้ลูกน้องอย่างหน้าไม่อาย ก่อนจะก้มลงมองดวงตากลมโตที่อยู่ห่างจากปลายจมูกเขาไม่ถึงคืบ "รู้แล้วว่าเป็นของปลอม... ทีนี้ก็ 'ลง' ไปจากตัวฉันได้แล้วมั้ง ยัยเด็กซุ่มซ่าม หรือว่าอยากจะให้อุ้มแบบนี้ไปทั้งวัน?"

คำพูดทักท้วงพร้อมกับสายตาพราวระยับของศิลา ทำให้ไวเปอร์เพิ่งรู้ตัวว่าเธอกำลังอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมแค่ไหน แขนของเธอโอบคอเขา ขาของเธอรัดเอวเขา และใบหน้าของทั้งคู่ก็ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

" ขอสุมาเจ้า!"

ขิงรีบคลายอ้อมแขนและกระโดดลงจากตัวศิลาราวกับถูกของร้อน ใบหน้าน่ารักเห่อแดงขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่จากการเสแสร้ง แต่เป็นเพราะความอับอายที่เผลอเอาตัวไปแนบชิดกับเป้าหมายขนาดนั้น เธอรีบถอยหลังไปสองก้าว ก้มหน้าก้มตาจัดกระโปรงสุ่มที่เลิกขึ้นให้เข้าที่

"เปิ้น... เปิ้นตกใจเกินไปหน่อยเจ้า นายท่านเจ็บตรงไหนก่อเจ้า?" ขิงก้มหน้างุดๆ ถามเสียงอ่อย

"ไม่เจ็บหรอก... แต่ตกใจนิดหน่อย" ศิลาหัวเราะหึๆ ในลำคอ โยนแมลงสาบยางลงถังขยะ "เอาเถอะ วันนี้เธอทำความสะอาดแค่นี้ก็พอ ลงไปพักข้างล่างได้แล้วไป ขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้วมั้ง"

"จ... เจ้า ขอบคุณเจ้า"

ขิงรีบคว้าไม้ปัดขนไก่ที่ตกอยู่บนพื้น แล้วจ้ำอ้าววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุ ทิ้งให้ศิลายืนมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เขาไล้ปลายนิ้วไปตามลาดไหล่ของตัวเอง บริเวณที่ขิงซุกหน้าลงมาเมื่อครู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอยังคงติดอยู่จางๆ

"แสบจริงๆ..." มาเฟียหนุ่มพึมพำกับตัวเอง "แต่ก็นะ... คุ้มกว่าที่คิดแฮะ"

ส่วนไวเปอร์ที่วิ่งกลับมาถึงห้องพักคนรับใช้ ก็ทิ้งตัวลงบนเตียง คว้าหมอนมาปิดหน้าแล้วกรีดร้องอัดหมอนอย่างบ้าคลั่ง

'ไอ้ศิลา! ไอ้มาเฟียบ้าบอ! ฝากไว้ก่อนเถอะ หนี้แค้นแมลงสาบยางคราวนี้ ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!!'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป